เมื่อวันที่1ที่ผ่านมา ผมได้ใส่เครื่องแบบนักเรียนหลังจากที่ไม่ได้ใส่มาสองเดือนกว่าเพื่อไปทำธุระที่โรงเรียนครับ

ไปรับเงินจากโครงการเรียนฟรี15ปีของรัฐบาล สำหรับมอ6อย่างผมได้ค่าเสื้อ500และเครื่องเขียนอีก230รวมเป็น730บาทถ้วนๆครับ(ธนบัตร500หนึ่งใบ 100สองใบ 20หนึ่งใบ และเหรียญ10สองเหรียญ)

ผมว่าดีครับสำหรับโครงการนี้ ถึงแม้ว่าจะช่วยได้ในส่วนหนึ่งไม่ถึงกับฟรีทั้งหมดอย่างชื่อโครงการก็ตามแต่ แต่ก็ยังดีกว่าต้องจ่ายเองทั้งหมดจริงมั้ยครับ??

 

แต่ทว่า

ปัญหาสำหรับพวกผมไม่ใช่เรื่องเงินครับ

แต่เป็นเรื่องหนังสือเรียนฟรีนั่นเอง

 

ในกรณีหนังสือเรียนฟรี หนังสือเรียนที่แจกเป็นหนังสือยืมเรียนที่นักเรียนยืมเอาไปใช้เรียน และต้องนำส่งคืนเมื่อสิ้นปีการศึกษา อายุการใช้งานของหนังสือยืมเรียนคือ 3 ปี จึงต้องมีระบบการควบคุมหนังสือยืมเรียนด้วยเช่นกัน ซึ่งระบบการควบคุมหนังสือยืมเรียนนี้ จะช่วยทำให้ประเทศประหยัดงบประมาณได้ถึงปีละ 4,000 ล้านบาท

(ที่มา :  http://www.kroobannok.com/view.php?article_id=5643)

 

เห็นอะไรแปลกๆมั้ยครับ

 

ในความคิดของผมนะ ผมเชื่อว่าผู้ปกครองทุกคนที่มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากมายคงจะคิดว่าเป็นเรื่องดีแน่ๆสำหรับหนังสือเรียนฟรีนี้ เพราะอย่างน้อยก็ช่วยประหยัดค่าหนังสือไปได้เป็นเงินพันกว่าบาท 

แต่ว่า ทางรัฐบาลไม่ได้ให้หนังสือมากับเราฟรีๆเลยนะครับ

ถูกอยู่ที่เราจะได้มีหนังสือใช้ในห้องเรียนโดยไม่เสียตังค์แต่นั่นก็แค่ในห้องเรียน

เมื่อสิ้นปีการศึกษา เราต้องคืนกลับครับ

 

แล้วหนังสือเหล่านี้มันต้องไปอยู่กับน้องม.5ที่จะขึ้นมาม.6ต่อไปแทนที่พวกผม เพราะหนังสือนี้มีอายุ3ปี

 

พระเจ้า!!!!!!!!!!!

 

เอาจริงหรือนั่น!!!!

 

อย่างแรกเลยที่อยากบอกนะครับ เด็กอย่างพวกผมยังมีความรับผิดชอบที่อยู่ในระดับหนึ่ง ไม่ใช่จะไม่มีเสียเลย

แต่ก็มีแค่ในระดับที่เด็กมอปลายส่วนใหญ่มีกัน 

แล้วสำหรับการรักษาหนังสือสักเล่มให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเป็นอะไรที่มหัศจรรย์พอๆกับการเห็นหมาออกลูกเป็นลิงนั่นละครับ

อย่าว่าแต่ของรัฐเลยครับ ของตัวเองยังรักษาไม่ได้เลย

 

สำหรับผมนะ หนังสือไม่ใช่แค่หนังสือ มันเป็นมากกว่านั้นครับ ผมขอแบ่งแยกออกมาเป็นรายละเอียดเลยนะ

1. เป็นที่จดเลคเชอร์ คือว่า การที่จะมานั่งฟังอาจารย์สอนแล้วดูหนังสือพร้อมกับจดลงสมุดนั้นมันยากเอาเรื่อง พวกผมเลยมีวิธีที่ง่ายกว่าโดยการจดลงหนังสือไปเลย แล้วถ้าอันไหนที่ครูพูดแล้วมันมีในหนังสือ พวกผมก็จะใช้ปากกาเน้นคำสีแรงๆนั่นแหละคำ ลากทับตัวหนังสือเหล่าันั้นซะ พอมาดูตอนปิดเทอมจะพบว่า9/10ของหนังสือทุกหน้าจะมีรอยขีดเขียนตัวหนังสือและปากกาเน้นคำอยู่เกลื่อนกลาด นี่ยังไม่นับไอ้พวกปากกาสีที่ตอนนี้กำลังมาแรงมากๆอีกนะครับ ทั้งเขียวทั้งแดงทั้งเหลืองและน้ำเงิน

หนังสือกลายเป็นรุ่้งกินน้ำย่อยๆเลยละครับ

 

2. เป็นที่ระบายความเครียด คือว่า การเป็นเด็กวัยรุ่นมันไม่ใช่เรื่องง่ายอยากที่เขียนไว้ตรงหัวบล็อกนั่นแหละครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องมีปัญหาเท่าผู้ใหญ่ แต่เด็กก็มีปัญหาของเด็กครับ ไม่ว่าจะเรื่องเรียนเรื่องเพื่อนเรื่องครอบครัว และเรื่องที่สำคัญสำหรับเด็กวัยรุ่นคือเรื่องความรัก มีปัญหาก็มีความเครียดตามมา

แม้จะมีความสุขก็ยังเขียนลงในหนังสือเลยครับ


3. เป็นแกลอรี่โชว์ผลงานศิลปะ คือว่า ในโลกเราจะมีคนกลุ่มหนึ่งอย่างเช่นผม ที่มักจะมีอารมณ์วาดรูปเล่นเสมอๆ แม้ว่าจะเป็นเวลาที่น่าหวาดเสียวอย่างสอบอยู่ก็ตาม กระดาษทดก็ยังเคยถูกผมวาดรูปลงไปแล้วครับ แล้วไอ้หนังสือเรียนที่อยู่กับเราในชั่วโมงเรียนที่น่าเบื่อจะรอดได้เหรอครับ ไม่มีทาง ตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายก็จะมีรอยขีดๆเขียนๆอยู่เต็มไปหมด ไล่มาตั้งแต่การ์ตูนญี่ปุ่นไปจนถึงสิงสาราสัตว์

ชั่วโมงนั้นมันเบื่อครับ การวาดรูปช่วยระบายความเบื่อได้อย่างหนึ่งเลยนะ

 

4. เป็นห้องนอน คือว่า ใครจะเถียงครับ ว่าไม่เคยหลับในห้องเรียน?

แหงละครับ ใครๆก็เคยหลับ แล้วใครจะมาบ้าหลับใส่ตรงแข็งๆให้เจ็บหน้าละครับ หนังสือไงหนังสือ ที่จะมารับหน้าของเราให้สบายขึ้น (ถึงจะไม่มากก็เถอะครับ เพราะหนังสือก็ยังแข็งอยู่ดี)

แล้วน้ำลายละครับ????

คือ การนอนแล้วน้ำลายไหลเนี่ยมันเป็นอะไรที่ห้ามไม่ได้จริงๆนะครับ ผมเคยพยามมาแล้ว แต่ก็ทำำไม่ได้ 55+ แล้วไอ้น้ำลายที่ว่าก็จะไหลไปกองกันอยู่ที่หนังสือนั่นละ ตั้งแต่หน้าที่45-48ก็จะฉ่ำไปด้วยน้ำใสๆ เหอๆ ทุเรศเอาเรื่องเลยครับ

 

แค่นี้เนอะ เพราะนึกออกแค่นี้ ฮ่าๆ

 

แต่แค่นี้ก็เยอะแล้วนะ!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

นึกสภาพคนที่ได้หนังสือเหล่านี้ไปใช้ต่อสิครับ -*- สงสารจับใจเลยทีเดียว

 

 

 

จบดีกว่า ไม่รู้จะต่อไงและ 55+ เอาง่ายๆแบบนี้ละครับผม

 

ปอลิง. ขอบคุณคอมเม้นท์ทุกคอมเม้นท์มากๆๆๆๆๆเน้อ ผมไม่เคยมีความสุขเท่ากับการนั่้งอ่านคอมเม้นท์ของทุกคนในเอนทรี่ป้ากูเกิ้ลมาก่อนเลยนะ มันเป็นอะไรที่ิเศษมากๆๆๆๆ ตอนแรกผมคิดว่ามันคงจะหยุดอยู่ที่แปดคอมเม้นท์ แล้วก็หายไปกับกระแสเอนทรี่ที่กำลังอัพอยู่ในช่้วงนั้นพากันเบียดให้เอนทรี่ของผมหลุดออกจากหน้าอัพเดท

แต่วันต่อมามันขึ้นhot posts!!!!!!!!!!

 

อ๊ากกกกกก มากความสุขครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ และก็ขอโทษด้วยที่ตามตอบไม่ได้ทุกคนนะ แหะๆ ^ ^

Comment

Comment:

Tweet

เห็นด้วยนะ มันไม่ใช่ แค่นั้น จริงๆ

#8 By Maryse (117.47.40.250) on 2009-06-20 09:54

งงembarrassed

#7 By 33 (125.24.231.189) on 2009-06-10 20:02

เรางงว่าหนังสือแจกฟรีหรือซื้อเอาเอง แล้วก็จะเปิดเทิมวันที่18แล้ว

#6 By ลส (222.123.216.25) on 2009-05-16 14:20

อ่านแล้วรู้สึกโชคดีหรือซวยดีเนี่ยที่ไม่ได้ใช้ทุน 555+confused smile
แต่ Entry ที่แล้วฮามากๆเลยนะcry
ลองดูๆๆ เดี๋ยวรัฐเห็นการปฏิบัติจริงแล้วคงมีอะไรเปลี่ยนแปลงbig smile

#4 By Meowzilla Zilla on 2009-05-04 14:44


เราจะได้เอาข้อมูลไปบอกแม่ ฮ่าๆ
ขอบคุณน้า~

#3 By hhholic. on 2009-05-03 23:26


เห็นด้วย = = !!
ของเรายังไม่ได้ไปอ่ะ ไม่รู้ไปวันไหน ฮ่าๆ
(ไม่ค่อยสนใจโลก ฮ่าๆ)



งี้มันไม่ได้เรียนฟรีนะ ยืมเรียน - -^
สรุปว่าเวิร์คมั้ยคะ~

จริงๆแหละ บางอย่างมันต้องจดในหนังสืออ่ะ - -*

เฮ้อ กลุ้มๆ ฮ่าๆ
ดาวววว ><\ Hot!

#2 By hhholic. on 2009-05-03 23:25

ได้น้ำลายไปคงซวย ><!!!

#1 By AelitaX on 2009-05-03 23:15