แม่ที่ผมลืม

posted on 12 Aug 2009 23:30 by thanapun-aikana

วันนี้เป็นวันแม่

ที่บ้านผมมีงานเลี้ยงกันในเครือญาติ ด้วยความที่ยายมีลูกเยอะ หลานก็เยอะตามไปด้วย

เมื่อหลายชั่วโมงก่อนคนเลยมากันเต็มบ้านผมไปหมด

ที่ต่างพากันมาเพื่อแสดงความรักต่อยาย ผู้เป็นแม่ของทุกคนในบ้าน

 

ขณะที่น้าๆของผม รวมถึงลูกพี่ลูกน้องกำลังไหว้และมอบพวงมาลัยที่ซื้อกันมามั่ง ร้อยเองมั่งให้ยายอย่างชุลมุนอยู่นั้น

ผมที่ไหว้ยายไปก่อนแล้วก็ยืนดูอยู่ห่างๆ

แม่เดินเข้ามาใกล้ๆแล้วกระซิบถามผมว่า

"วันนี้ไหว้แม่แล้ว ไหว้ยายก็แล้ว ทำไมไม่ไปไหว้ยายจงด้วยละ"

 

ยายจง เป็นคุณยายที่ค่อนข้างแก่มากแล้ว ยายจงอยู่กับหลานเพียงแค่สองคนในบ้านที่ค่อนข้างเก่า

บ่อยครั้งที่ฝนตกแล้วน้ำมักจะท่วงถึงครัวและหลังบ้าน

การเป็นอยู่ค่อนข้างลำบากเพราะไม่มีรายได้ที่แน่นอน

บ้านของผมที่อยู่ตรงข้ามกันก็มักจะให้การช่วยเหลืออยู่บ่อยครั้งเท่าที่จะทำได้

แต่กับยายจง

ถ้าแม่ไม่พูดผมก็คงลืมไปแล้วถึงเรื่องที่ผ่านมา

 

บ้านที่ผมอยู่ตอนนี้อยู่ในที่ค่อนข้างชนบทในเขตชานเมือง

ผมย้ายจากพัทยามาอยู่กับแม่ที่นี่ ที่บ้านของยายได้6ปีแล้ว

แต่เมื่อก่อน ช่วงที่ผมยังอยู่ที่พัทยานั้น ช่วงปิดเทอมปีละครั้งผมถึงจะได้มาเยี่ยมยายที่อุดร

 

การมาอยู่ที่นี่มันช่างน่าเบื่อเหลือเกินสำหรับเด็กเมืองเจริญอย่างผม

ไม่มีคอม ไม่มีเกม ไม่มีห้าง ไม่มีดาวเทียม

แต่ทว่า มีคนๆนึง ที่ทำให้ผมหายเบื่อได้

 

ด้วยความที่แม่รู้จักมานาน  ยายจงจึงได้รับความไว้ใจจากแม่ให้ดูแลผมเมื่ออยู่ที่นี่

 

ยายจงมักพาผมไปเดินเล่นรอบๆหมู่บ้าน พาไปดูวัวควายที่ชาวนาเลี้ยงพาไปดูทุ่งนาที่สวยงาม

ยายจงชอบพามานั่งข้างกองไฟ บางครั้งก็ปิ้งข้าวเกรียบให้กิน หรือไม่ก็จี่ข้าวร้อนๆให้ทาน

บ่อยครั้งที่ยายจงเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน ถึงจะจำไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไรบ้าง แต่ก็รู้ว่าต้องสนุกมากแน่ๆ

 

ยายจงเริ่มทำให้ผมหลงรักหมู่บ้านชนบทนี้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ

 

จนกระทั่ง ผมเติบโตขึ้น

จากเด็กเจ็ดขวบในวันวานกลายเป็นเด็ก18ในวันนี้

ถึงแม้บ้านจะอยู่แค่ตรงข้ามกันและแทบจะเจอหน้ากันทุกวัน

แต่ทว่าความสนิทนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยเมื่อตอนที่ผมยังเด็ก ตอนที่เจอกันแค่ปีละเดือน

 

บทสนทนาเริ่มน้อยลงเมื่อผมโตขึ้น

ผมไม่ได้เดินเล่นกับยายจงเหมือนเมื่อก่อน ไม่ได้นั่งข่้างกองไฟเหมือนตอนเด็ก และก็ไม่ได้กินอะไรที่ยายจงทำมานานแล้ว

จนกระทั่งวันนี้ วันที่แม่เตือนให้ผมจำถึงสิ่งต่างๆได้

ผมก็เกิดความละอายใจขึ้นมาทันที

 

"เดี๋ยวแม่พาไปไหว้"

 

ทันทีที่ก้มกราบลงที่ตักของยายจง

น้ำตามันก็พาลจะไหล

คุณยายเอามือที่ทำงานมาอย่างหนักจนด้านลูบที่หัวของผมเบาๆ

เสียงที่แหบพร่าของคนแก่มีแต่บอกพรขอให้ผมมีแต่ความเจริญ

น้ำใสๆอาบรินที่แก้มของคนชราที่ผมรู้จักดีแต่ทำเป็นลืมไป

รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานานวันนี้ก็ได้เห็นอีกครั้ง

 

ยายจงดูมีความสุขมากที่สุด ในรอบหลายปีเท่าที่ผมเห็นมา

 

ไม่รู้จะพูดว่าไงดี

แต่อยากบอกว่าขอบคุณนะครับยาย สำหรับสิ่งดีๆที่มอบให้กับผม

ขอบคุณมากๆที่ไม่ถือสาเด็กคนนี้ที่ทำตัวไม่ดี

ขอบคุณจริงๆที่ยายยังเป็นยายคนเดิมที่น่ารักเสมอมา

 

ผมรักยายนะยายจง

^ ^

Comment

Comment:

Tweet

^^ อ่านแล้วนึกถึงตัวเองเลย มีตั้งหลายครั้งที่เมื่อเราเติบโตขึ้น เราก็มักจะลืมหรือแกล้งทำเป็นลืมคนอีกหลายๆคนที่แม้ไม่ใช่พ่อแม่ แต่ก็ช่วยเลี้ยงดูอุ้มชูเรามา
อะไรกันหนอ...ที่ทำให้เราห่างจากคนเหล่านี้

แม้จะรัก แต่ก็มักไม่แสดงออก ทีกะเพื่อนล่ะทุ่มจริง
วัยรุ่นอย่างฉัน ก็เคยเป็นอย่างนั้น

จนกระทั่งเวลาหมดลงถึงได้รู้คุณค่า

น้ำตาไหลเมื่อคิดถึงคำพูดตอนเด็กๆของเราว่า โตขึ้นนะหนูจะเลี้ยงคุณ...เอง

ยินดีด้วยนะคะที่คุณยังมีเวลา

จากนี้ไปเรามาทำสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเราและคนที่รักเราเถอะค่ะbig smile

#4 By mzither(look chin pla) on 2010-01-11 20:50

คุณ...เป็นคนน่ารักคนหนึ่งเลยนะ big smile
ซึ้งจัง

#2 By eua (125.26.223.246) on 2009-09-05 00:09

เขียนดีจังเลยอ่ะครับbig smile

#1 By tHe lUst (202.12.73.13) on 2009-08-13 17:06